อิสรภาพทางการเงิน วัยไหนก็มีได้ ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้

Student blog — 16/12/2025

Educational
อิสรภาพทางการเงิน วัยไหนก็มีได้ ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้
บทนำ
คุณอยากทำงานไปถึงอายุเท่าไหร่? คำถามนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความขยัน หรือการเป็นคนสู้ชีวิตเท่านั้น แต่เป็นคำถามที่สะท้อนถึง คุณภาพชีวิต และ สิทธิในการเลือก ของเราในอนาคต ในวันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น เศรษฐกิจไม่แน่นอน และอายุขัยของคนไทยเฉลี่ยยาวเกิน 78 ปี — คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” (Financial Independence) กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน ที่ไม่อยากทำงานไปจนลมหายใจสุดท้ายแต่อิสรภาพทางการเงินไม่ใช่โชค ไม่ใช่เรื่องฟลุค และไม่ใช่เรื่องของคนรวยเท่านั้น แต่ มันเป็น “ผลลัพธ์” ของการวางแผนทางการเงินที่ดี และเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้
อิสรภาพทางการเงินคืออะไร?
อิสรภาพทางการเงิน หมายถึง สถานะที่คุณมีทรัพย์สินหรือรายได้แบบ passive เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงานอีกต่อไป (Tobias, 2020) ไม่ใช่เรื่องของการเกษียณเร็ว แต่คือการมี ‘สิทธิ์เลือก’ ว่าจะทำงานหรือไม่
ประเภทของ ‘อิสรภาพทางการเงิน’
อิสรภาพทางการเงิน สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามระดับรายได้และเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้แนวคิดแบบ FIRE (Financial Independence, Retire Early) มีรายละเอียดของแนวคิดแต่ละแบบคือ
  • Lean FIRE ( Lean Financial Independence, Retire Early)
    🔸 Lean หมายถึง “ความเรียบง่าย ประหยัด”
    👉 แนวคิดนี้คือเกษียณเร็ว การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใช้จ่ายอย่างประหยัด ต้องการเงินสะสมไม่มาก เหมาะกับคนที่เน้นอิสรภาพมากกว่าความหรูหรา
  • Fat FIRE (Fat Financial Independence, Retire Early)
    🔸 Fat หมายถึง “ใหญ่, หรือในที่นี้คือ ฐานะดี”
    👉แนวคิดนี้คือต้องการเกษียณโดยยัง คงใช้ชีวิตอย่างสบาย เช่น ท่องเที่ยว พักโรงแรมดีๆ ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่าย หรือเกษียณเร็วโดยยังรักษามาตรฐานการใช้จ่ายในระดับสูง ดังนั้นจึงต้องการเงินสะสมมากขึ้น เหมาะกับคนที่ไม่อยากลดคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ
  • Barista FIRE
    🔸 มาจากภาพของคนที่ “เกษียณจากงานประจำ” แล้วไปทำงานเบาๆ เช่น เป็นบาริสต้า 🧋
    👉 แนวคิดนี้คือ คนที่มีเงินเก็บพอประมาณ มีรายได้แบบ passive ในระดับหนึ่งแต่ยังต้องหารายได้เสริมหรือสวัสดิการ เช่น ประกันสุขภาพจากงานพาร์ทไทม์เพิ่มเติมด้วย

    แหล่งข้อมูล: กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา, FIRE
    อย่างไรก็ตามแนวคิด FIRE ทั้งสามแบบนี้มีข้อควรระวัง คือ

    • ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk): รายได้หลังเกษียณใน FIRE มักขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น หุ้น กองทุนอสังหาฯ ซึ่งมีความผันผวนสูง หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอาจกระทบกระแสเงินสดระยะยาวได้
    • ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Risk): หากคำนวณค่าใช้จ่ายในอนาคตต่ำเกินไป อาจพบว่าเงินที่มีไม่เพียงพอใช้จริง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health Risk): การเกษียณเร็วอาจหมายถึงการพ้นจากสวัสดิการสุขภาพของบริษัทเร็วขึ้น ซึ่งหากไม่มีแผนประกันสุขภาพรองรับอย่างดี อาจสร้างภาระทางการเงินในระยะยาว
    • พฤติกรรมทางการเงินไม่สม่ำเสมอ: FIRE ต้องการวินัยสูงตลอดระยะเวลาเก็บเงิน หากหลุดแผนกลางทาง หรือใช้จ่ายเกินเป้าเพียงไม่กี่ปี อาจทำให้แผนล่ม

    📌 แนวทางที่ปลอดภัย คือใช้ FIRE เป็นแนวคิดตั้งต้น แต่ปรับตามบริบทชีวิตจริง และต้องเผื่อ buffer ในแผนการเงินเสมอ

อิสรภาพทางการเงิน เริ่มจากการวางแผนทางการเงิน (Financial Planning)
แน่นอนว่าไม่มีใครตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมีอิสรภาพทางการเงินในชั่วข้ามคืน แต่เบื้องหลังของทุกคน ที่สามารถมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานเต็มเวลา คือ มีกระบวนการวางแผนทางการเงินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งมีเส้นทางดังนี้
  • รู้จักเป้าหมายของตัวเอง
    – เรามีความต้องการที่จะเกษียณเมื่อไร หรือเราต้องการมีรายได้เท่าไรในตอนที่เราไม่ต้องทำงาน หรือจาก life style ของตัวเรานั้นต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอโดยที่เรายังคงความเป็นตัวเราอยู่ เป็นต้น
  • ประเมินสถานะการเงิน
    – ปัจจุบันเรามีรายได้ประจำรายได้เสริม รายจ่ายรายจ่ายประจำทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น หนี้สินต่างๆ ที่มีอยู่ ทั้งบัตรเครดิต, ค่างวดผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าเทอมลูก ฯลฯ รวมถึงเงินออม และสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อนำไปประเมินอัตราส่วนความมั่งคั่งของตนเอง
    อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio) เป็นตัววัดว่าเรามีทรัพย์สินสุทธิมากน้อยเพียงใด เทียบกับรายได้ของเราในแต่ละปี
    หาได้จาก Wealth Ratio = Net Worth ÷ Annual Expenses
    📌 ตัวอย่างเช่น:

    • ถ้าคุณมีทรัพย์สินสุทธิ 3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายต่อปีอยู่ที่ 300,000 บาท
    • Wealth Ratio = 3,000,000 ÷ 300,000 = 10
      ความหมาย: ยิ่งค่า Wealth Ratio สูง แสดงว่าเข้าใกล้อิสรภาพทางการเงินมากขึ้น
  • รู้จักสร้างวินัยทางการเงิน เช่น
    – การออมก่อนใช้ เช่น กำหนดอัตราการออมไว้ที่ 10%-20% จากรายได้ และเมื่อรายได้เพิ่มขึ้นก็ออมเพิ่มขึ้น
    – การใช้วิธี Dollar-Cost Averaging (DCA) เพื่อการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
    – วางแผนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การซื้อกองทุน รวมระยะยาวเพื่อการเกษียณ RMF (Retirement Mutual Fund) หรือ กองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ SSF (Super Savings Fund) เป็นต้น
    – การทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบค่าใช้จ่ายและพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง
  • การปรับแผนตามช่วงวัย
    ในแต่ละช่วงวัยการบริหารแผนการเงินนั้นย่อมมีความแตกต่างกัน ทั้งรายได้ ค่าใช้จ่ายและความสามารถในการรับความเสี่ยงที่ต่างกัน ดังนั้นเราจึงต้องปรับแผนให้สอดคล้องในแต่ละวัย ดังนี้

    • วัยเริ่มต้น (อายุ 0–25): เรียนรู้การออม สร้างนิสัยทางการเงินที่ดี
    • วัยสะสม (25–35): เริ่มสร้างสินทรัพย์ และเลี่ยงการใช้จ่ายเกินตัว
    • วัยเติบโต (35–45): ลงทุนให้เต็มที่ เน้นเรื่องของวางแผนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี
    • วัยจัดการความเสี่ยง (45–60): รักษาเงินต้นด้วยการบริหารความเสี่ยงจาก วางแผนประกัน จัดการมรดก เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
    • วัยใช้ชีวิต: ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ใช้เงินตามแผน
  • ตรวจสอบและปรับแผน
    แม้ว่าเราจะมีการวางแผนและดำเนินการตามแผนตามที่กล่าวมาทั้งหมด แต่อย่าลืมว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ดังนั้นเราควรตรวจสอบแผนว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างน้อยทุก 6 เดือนหรือปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้เรายังต้องทบทวนในเรื่องของรายรับ รายจ่าย และพอร์ตการลงทุนว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไรอีกด้วย
    เมื่อวางแผนเหล่านี้อย่างสมดุล จะเป็นเหมือน “พิมพ์เขียว” ที่นำพาไปสู่เป้าหมายใหญ่ของชีวิต: อิสรภาพทางการเงิน

กรณีศึกษา: นายการค้า วัย 25 ปี
นายการค้าเพิ่งเรียนจบได้ 3 ปี มีรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน

  • กำหนดเงินออม 5,000 บาท/เดือน (20% ของรายได้)
  • ลงทุนในกองทุน RMF/SSF เพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี
  • ใช้ DCA ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น
  • ตั้งเป้าหมาย FI ที่อายุ 50 โดยมีรายได้แบบ Passive เดือนละ 10,000 บาท

หากลงทุน 5,000 บาท/เดือนต่อเนื่องจนถึงอายุ 50 ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี จะมีเงินรวมประมาณ 4.8 ล้านบาท (ไม่รวมหักภาษีและเงินเฟ้อ) ซึ่งเพียงพอสำหรับสร้าง Passive Income ผ่านตราสารหนี้หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน 3–4% ต่อปี เป็นต้น

แบบประเมินตนเอง (✅) : คุณใกล้อิสรภาพทางการเงินแค่ไหน?
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สุดท้ายลองถามตัวเอง ด้วยคำถามเหล่านี้ว่า:
  • มีเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือนแล้วหรือยัง?
  • มีรายได้แบบ passive หรือยัง?
  • รู้ค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณของตัวเองหรือไม่?
  • หากตกงานวันนี้ เราจะมีเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกกี่เดือน?
  • มีการวางแผนภาษีแล้วหรือยัง?
  • มีประกันคุ้มครองหรือไม่?
  • หนี้สินอยู่ในระดับที่รับได้ไหม?

คำถามเหล่านี้ช่วยชี้ให้เห็นจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงในเรื่องของการวางแผนการเงิน

แนะนำเครื่องมือและแพลตฟอร์มในการหาความรู้และคำนวณเงินออม
1. 🔗 เครื่องคำนวณเงินสำรองฉุกเฉิน – ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • เครื่องมือนี้ช่วยให้ประเมินว่าควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่ เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายพื้นฐานในกรณีรายได้สะดุด
  • ✅ เหมาะสำหรับใช้วางแผนเบื้องต้น
  • 🌐 https://www.bot.or.th/th/knowledge/financial-tools/emergency-fund-calculator.html
2. 📚 SET Investory – พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
  • แหล่งเรียนรู้การวางแผนการเงิน การออม การลงทุน ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับวางแผนเกษียณ
  • ✅ ใช้ประกอบการเรียนการสอนหรือฝึกอบรมได้ดีมาก
  • 🌐 https://investory.set.or.th
3. 📊 เครื่องคำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ – สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)
  • ใช้คำนวณผลตอบแทนจากการสะสมเงินใน PVD และเปรียบเทียบกับเป้าหมายเกษียณ
  • ✅ มีตัวแปรให้ปรับ เช่น เงินเดือน ปรับขึ้นรายปี ผลตอบแทนเฉลี่ย ฯลฯ
  • 🌐 https://www.aimc.or.th/th/tools/providentfundcalc
4. 🤖 แพลตฟอร์ม Robo-advisor (เช่น Finnomena, Odini, Jitta Wealth)
  • เป็นระบบลงทุนอัตโนมัติที่ช่วยจัดพอร์ตตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการเงิน
  • ✅ เหมาะกับผู้เริ่มต้นและคนไม่มีเวลาดูแลพอร์ตเอง
  • ตัวอย่าง:
บทสรุปและข้อคิด
อิสรภาพทางการเงินไม่ใช่เรื่องของความร่ำรวย แต่คือการมีอำนาจในการเลือกทางเดินชีวิต เริ่มต้นวันนี้ แม้เพียงก้าวเล็กๆ ก็มีความหมาย อนาคตคุณจะขอบคุณตัวเองในวันนี้

สาขาวิชาวิศวกรรมการเงิน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (FE UTCC) มีรายวิชา การบริหารความมั่งคั่ง และวิชาการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ที่จะช่วยให้คุณทราบถึงวิธีการวางแผนทางการเงินอย่างละเอียดที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด ทั้งทฤษฎี กรณีศึกษา เพื่อเตรียมคุณให้เข้าสู่อิสรภาพทางการเงินได้เร็วและดียิ่งขึ้นไป

เอกสารอ้างอิง

  • CFA Institute. (2022). Portfolio management basics. https://www.cfainstitute.org
  • CFP Board. (2021). Financial Planning Competency Handbook (2nd ed.). Wiley. https://www.cfp.net
  • ChooseFI. (2023). Phases of Financial Independence. https://www.choosefi.com/phases-of-financial-independence/
  • Morningstar. (2023). Retirement readiness research. https://www.morningstar.com
  • SET. (2023). คู่มือวางแผนการเงิน. https://www.set.or.th
  • Thaler, R. H., & Sunstein, C. R. (2008). *Nudge: Improving decisions about health, wealth, and happiness.* Yale University Press.
  • Tobias, A. (2020). *The Only Investment Guide You’ll Ever Need.* Mariner Books.
  • Winger, B. J., & Frasca, R. R. (2021). *Personal finance: An integrated planning approach.* Cengage Learning.
  • U.S. Department of Labor. (2022). Financial literacy and retirement planning. https://www.dol.gov
แชร์บทความนี้

หลักสูตร